คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2569

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคิดจาก เงินได้สุทธิ = เงินได้ − ค่าใช้จ่าย (50% ไม่เกิน 100,000) − ค่าลดหย่อน − เงินบริจาค แล้วคูณอัตราขั้นบันได 0–35% โดยเงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้น เช่น เงินเดือน 50,000 บาท โบนัส 50,000 บาท ลดหย่อนส่วนตัว ประกันสังคม และประกันชีวิต 20,000 บาท มีเงินได้สุทธิ 459,500 บาท เสียภาษี 23,450 บาท

อัปเดต ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัครคำนวณในเครื่องของคุณ

รายได้ทั้งปี ปีภาษี 2569 (1 ม.ค.–31 ธ.ค. 2569)
กรอกเงินเดือนแบบ
บาท/เดือน
เงินได้ 40(1) ก่อนหักประกันสังคมและภาษี
บาท/ปี
บาท/ปี
บาท/ปี
หักค่าใช้จ่ายรวมกับเงินเดือนได้ไม่เกิน 100,000 บาท
บาท/ปี
เช่น ค่าเช่า 40(5) หรือธุรกิจ 40(8) ที่หักค่าใช้จ่ายตามประเภทแล้ว
ลดหย่อนครอบครัว ส่วนตัว 60,000 บาท หักให้อัตโนมัติ
คน
คน
ได้คนละ 60,000 บาท
คน
คน
อายุ 60+ เงินได้ไม่เกิน 30,000 บาท/ปี
คน
บาท
ประกันสังคมและประกันภัย
เงินสมทบประกันสังคม
ปี 2569 ฐานค่าจ้างสูงสุด 17,500 บาท → หักได้สูงสุด 875 บาท/เดือน (10,500 บาท/ปี)
บาท
บาท
สูงสุด 100,000
บาท
สูงสุด 25,000 รวมประกันชีวิตไม่เกิน 100,000
บาท
สูงสุด 15,000
กองทุนและการออมเพื่อเกษียณ กลุ่มนี้รวมกันไม่เกิน 500,000 บาท
บาท
15% ของค่าจ้าง
บาท
30% ของค่าจ้าง
บาท
30% ของเงินได้ ไม่เกิน 500,000
บาท
30% ของเงินได้ ไม่เกิน 200,000
บาท
15% ของเงินได้ ไม่เกิน 200,000
บาท
สูงสุด 30,000
บาท
30% ของเงินได้ ไม่เกิน 300,000 ไม่นับรวมกลุ่มเกษียณ
ลดหย่อนอื่นและเงินบริจาค
บาท
สูงสุด 100,000
บาท
เช่น Easy E‑Receipt กรอกยอดที่หักได้ตามประกาศของปีนั้น
บาท
หักได้ 2 เท่า แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังลดหย่อน
บาท
ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังลดหย่อน
ภาษีที่ถูกหักไว้แล้ว
บาท

ช่องตัวเลขพิมพ์สูตรได้ เช่น 25000*12 · ผลลัพธ์อัปเดตทันทีเมื่อแก้ตัวเลข

ผลลัพธ์

วิธีใช้คำนวณภาษี 2569

  1. กรอกเงินเดือน (ต่อเดือนหรือรวมทั้งปี) โบนัส และรายได้ฟรีแลนซ์ 40(2) ถ้ามี
  2. ใส่ค่าลดหย่อนที่มี เช่น บุตร บิดามารดา ประกันชีวิต SSF RMF Thai ESG โปรแกรมตัดส่วนที่เกินเพดานให้เอง
  3. ใส่ภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายจาก 50 ทวิ แล้วดูว่าต้องจ่ายเพิ่มหรือได้คืน พร้อมคำแนะนำซื้อกองทุนเพิ่ม

สูตรคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

เงินได้สุทธิ = เงินได้พึงประเมิน − ค่าใช้จ่าย − ค่าลดหย่อน − เงินบริจาค

ภาษี = Σ (เงินได้สุทธิในแต่ละขั้น × อัตราของขั้นนั้น)

เงินได้สุทธิ (บาท)อัตราภาษีสะสมสูงสุดของขั้น
0 – 150,000ยกเว้น0
150,001 – 300,0005%7,500
300,001 – 500,00010%27,500
500,001 – 750,00015%65,000
750,001 – 1,000,00020%115,000
1,000,001 – 2,000,00025%365,000
2,000,001 – 5,000,00030%1,265,000
เกิน 5,000,00035%—

ค่าใช้จ่ายของเงินเดือน 40(1) และค่าจ้างทั่วไป 40(2) หักรวมกันได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

ตัวอย่างการคำนวณ

พนักงานเงินเดือน 50,000 บาท โบนัส 50,000 บาท จ่ายประกันสังคมเต็มเพดาน และซื้อประกันชีวิต 20,000 บาท บริษัทหักภาษีไว้แล้ว 20,000 บาท

  1. เงินได้ทั้งปี = 50,000 × 12 + 50,000 = 650,000 บาท
  2. หักค่าใช้จ่าย 50% = 325,000 แต่ไม่เกิน 100,000 → หัก 100,000 บาท
  3. ค่าลดหย่อน = ส่วนตัว 60,000 + ประกันสังคม 875 × 12 = 10,500 + ประกันชีวิต 20,000 = 90,500 บาท
  4. เงินได้สุทธิ = 650,000 − 100,000 − 90,500 = 459,500 บาท
  5. ภาษี = 150,000 × 0% + 150,000 × 5% + 159,500 × 10% = 0 + 7,500 + 15,950 = 23,450 บาท
  6. ถูกหักไว้แล้ว 20,000 บาท จึงต้องชำระเพิ่มตอนยื่นแบบ 3,450 บาท

ถ้าซื้อ SSF เพิ่มเต็มสิทธิ์ 195,000 บาท (30% ของ 650,000) ภาษีจะลดเหลือ 5,725 บาท ประหยัดได้ 17,725 บาท

เพดานค่าลดหย่อนสำคัญ ปีภาษี 2569

รายการเพดาน
ส่วนตัว / คู่สมรสไม่มีเงินได้60,000 / 60,000
บุตร (คนที่ 2 ขึ้นไปเกิดตั้งแต่ปี 2561)30,000 ต่อคน (60,000 ต่อคน)
บิดามารดาอายุ 60+ ของตนเองและคู่สมรส30,000 ต่อคน สูงสุด 4 คน
เงินสมทบประกันสังคมตามจริง สูงสุด 10,500 (875 × 12)
ประกันชีวิต + ประกันสุขภาพตนเองรวม 100,000 (สุขภาพไม่เกิน 25,000)
ประกันสุขภาพบิดามารดา15,000
SSF / RMF / PVD / กบข. / กอช. / ประกันบำนาญแต่ละรายการมีเพดานของตัวเอง และรวมกันไม่เกิน 500,000
Thai ESG30% ของเงินได้ ไม่เกิน 300,000 (แยกจากกลุ่มเกษียณ)
ดอกเบี้ยซื้อที่อยู่อาศัย100,000
เงินบริจาคไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อน

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น Easy E‑Receipt เปลี่ยนวงเงินและเงื่อนไขทุกปี จึงให้กรอกเองในช่อง “มาตรการรัฐ (ถ้ามี)” ตามประกาศกรมสรรพากรของปีนั้น

อัตราภาษีที่แท้จริงกับอัตราขั้นสูงสุดต่างกันอย่างไร

อัตราขั้นสูงสุด (marginal rate) คืออัตราของขั้นที่เงินได้สุทธิบาทสุดท้ายตกอยู่ ใช้บอกว่าถ้าลดหย่อนเพิ่ม 1 บาทจะประหยัดภาษีกี่สตางค์ ส่วน อัตราที่แท้จริง (effective rate) คือภาษีทั้งหมดหารด้วยรายได้ทั้งปี ซึ่งต่ำกว่ามากเพราะเงินได้ส่วนล่างเสียภาษีในอัตราต่ำ ตัวอย่างข้างบนอยู่ขั้น 10% แต่เสียภาษีจริงเพียงประมาณ 3.6% ของรายได้

การเลื่อนขึ้นขั้นภาษีไม่ทำให้เงินที่ได้ “ลดลง” เพราะอัตราที่สูงขึ้นคิดเฉพาะส่วนที่เกินเพดานขั้นก่อนหน้าเท่านั้น

กรณีมีรายได้ฟรีแลนซ์เกิน 1 ล้านบาท

ผู้มีเงินได้ตามมาตรา 40(2)–(8) รวมกันตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป ต้องคำนวณภาษี 2 วิธี คือ (1) แบบขั้นบันไดตามเงินได้สุทธิ และ (2) 0.5% ของเงินได้พึงประเมินประเภท 40(2)–(8) แล้วเสียตามวิธีที่ได้ภาษีมากกว่า แต่ถ้าวิธีที่ 2 คำนวณได้ไม่เกิน 5,000 บาทให้ยกเว้นวิธีที่ 2 โปรแกรมนี้แสดงผลวิธีที่ 2 ไว้เป็นหมายเหตุเมื่อเข้าเงื่อนไข

คำถามที่พบบ่อย

เงินเดือนเท่าไรถึงต้องเสียภาษี

ถ้ามีแต่เงินเดือนและใช้สิทธิ์เพียงค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท กับประกันสังคม 10,500 บาท เงินได้ทั้งปีต้องเกินประมาณ 320,500 บาท (ราว 26,700 บาทต่อเดือน) เงินได้สุทธิจึงจะเกิน 150,000 บาทและเริ่มเสียภาษี 5% แต่ทุกคนที่มีเงินเดือนเกิน 120,000 บาทต่อปียังต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.91

ปี 2569 ลดหย่อนประกันสังคมได้สูงสุดเท่าไร

ตั้งแต่ปี 2569 ฐานค่าจ้างสูงสุดของผู้ประกันตนมาตรา 33 ขึ้นเป็น 17,500 บาท เงินสมทบ 5% จึงสูงสุด 875 บาทต่อเดือน หรือ 10,500 บาทต่อปี (เดิม 750 บาท / 9,000 บาท) ใช้หักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง

SSF RMF และ Thai ESG ซื้อรวมกันได้เท่าไร

SSF (ไม่เกิน 200,000) และ RMF (ไม่เกิน 500,000) ต้องรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบข. กอช. และประกันบำนาญแล้วไม่เกิน 500,000 บาท ส่วน Thai ESG มีวงเงินแยกอีก 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 300,000 บาท จึงลดหย่อนกลุ่มกองทุนรวมได้สูงสุด 800,000 บาท

ทำไมคำนวณแล้วได้เงินภาษีคืน

นายจ้างหักภาษี ณ ที่จ่ายรายเดือนจากการประมาณรายได้ทั้งปี แต่ไม่รู้ค่าลดหย่อนส่วนตัวบางรายการ เช่น SSF RMF ดอกเบี้ยบ้าน หรือเงินบริจาค เมื่อยื่นแบบพร้อมค่าลดหย่อนครบ ภาษีจริงอาจต่ำกว่าที่ถูกหักไว้ จึงขอคืนส่วนต่างได้

ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไปได้สิทธิอะไรเพิ่ม

ผู้มีเงินได้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป หรือเป็นคนพิการที่อยู่ในประเทศไทย ได้รับยกเว้นเงินได้ 190,000 บาทแรก ก่อนนำไปคำนวณภาษี ติ๊กช่องในโปรแกรมเพื่อใช้สิทธินี้

แหล่งอ้างอิง