โปรแกรมคำนวณจำนวนเชิงซ้อน (Complex Number)

จำนวนเชิงซ้อน z = a + bi มี i² = −1 บวกลบทำทีละส่วน คูณกระจายแบบทวินาม และหารโดยคูณเศษและส่วนด้วยสังยุคของตัวหาร ค่าสัมบูรณ์ |z| = √(a² + b²) อาร์กิวเมนต์ θ = atan2(b, a) และ zⁿ = rⁿ(cos nθ + i sin nθ) เช่น (3 + 4i)(1 − 2i) = 11 − 2i และ |3 + 4i| = 5, θ ≈ 53.13°

อัปเดต ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัครคำนวณในเครื่องของคุณ

การดำเนินการหลัก
i
i
ใส่ค่าลบได้ เช่น −1 คือส่วนกลับ

ช่องตัวเลขพิมพ์สูตรได้ เช่น 25000*12 · ผลลัพธ์อัปเดตทันทีเมื่อแก้ตัวเลข

ผลลัพธ์

วิธีใช้จำนวนเชิงซ้อน

  1. กรอกส่วนจริงและส่วนจินตภาพของ z₁ (และ z₂ ถ้าต้องการบวก ลบ คูณ หาร)
  2. เลือกการดำเนินการหลัก: + − × ÷ ยกกำลัง n หรือรากที่ n ผลลัพธ์แสดงพร้อมวิธีทำ
  3. ดูสมบัติของ z₁ (ค่าสัมบูรณ์ อาร์กิวเมนต์ สังยุค รูปเชิงขั้ว) และตำแหน่งบนแผนภาพอาร์กองด์

สูตรจำนวนเชิงซ้อน

z = a + bi, i² = −1, |z| = √(a² + b²), z̄ = a − bi

การดำเนินการสูตร
บวก / ลบ(a + bi) ± (c + di) = (a ± c) + (b ± d)i
คูณ(a + bi)(c + di) = (ac − bd) + (ad + bc)i
หาร(a + bi)/(c + di) = [(ac + bd) + (bc − ad)i] / (c² + d²)
รูปเชิงขั้วz = r(cos θ + i sin θ) = reiθ โดย r = |z|, tan θ = b/a (ดูจตุภาค)
ยกกำลัง (De Moivre)zⁿ = rⁿ(cos nθ + i sin nθ)
รากที่ nwk = ⁿ√r [cos((θ + 2πk)/n) + i sin((θ + 2πk)/n)], k = 0, …, n − 1

การคูณในรูปเชิงขั้ว: ขนาดคูณกัน มุมบวกกัน |z₁z₂| = |z₁||z₂|, arg(z₁z₂) = arg z₁ + arg z₂ ส่วนการหาร ขนาดหารกัน มุมลบกัน

ตัวอย่างการคำนวณ

คูณ (3 + 4i)(1 − 2i): กระจาย = 3 − 6i + 4i − 8i² = 3 − 2i + 8 = 11 − 2i

หาร (3 + 4i) ÷ (1 − 2i): คูณเศษและส่วนด้วยสังยุค 1 + 2i ได้ (3 + 4i)(1 + 2i) / (1² + 2²) = (3 + 6i + 4i + 8i²) / 5 = (−5 + 10i) / 5 = −1 + 2i

รูปเชิงขั้วของ 3 + 4i: r = √(9 + 16) = 5, θ = tan⁻¹(4/3) ≈ 53.13° ดังนั้น z = 5(cos 53.13° + i sin 53.13°) และ (3 + 4i)² = 25(cos 106.26° + i sin 106.26°) = −7 + 24i

รากที่ 3 ของ −8: r = 8, θ = 180° → ∛8 = 2 มุม 60°, 180°, 300° ได้ 1 + √3i, −2, 1 − √3i

หาอาร์กิวเมนต์ให้ถูกจตุภาค

θ = tan⁻¹(b/a) ใช้ได้ตรง ๆ เฉพาะเมื่อ a > 0 ถ้า a < 0 ต้องบวกหรือลบ 180° และถ้า a = 0 มุมคือ ±90° ตามเครื่องหมายของ b โปรแกรมใช้ atan2(b, a) ซึ่งจัดการทุกจตุภาคให้ และรายงานมุมหลักในช่วง (−180°, 180°] เช่น −1 − i มีอาร์กิวเมนต์ −135° ไม่ใช่ 45°

ทำไมรากที่ n ถึงมี n ค่า

เพราะมุมของจำนวนเชิงซ้อนเพิ่มได้ทีละ 360° โดยไม่เปลี่ยนค่า เมื่อหารมุมด้วย n จึงได้มุมที่ต่างกัน n แบบ (θ/n, (θ + 360°)/n, …) รากทั้งหมดมีขนาดเท่ากันคือ ⁿ√r และเรียงตัวเป็นจุดยอดของรูป n เหลี่ยมด้านเท่าบนวงกลม เช่น รากที่ 4 ของ 1 คือ 1, i, −1, −i

คำถามที่พบบ่อย

i ยกกำลังสูง ๆ คิดอย่างไร

ใช้วัฏจักร i¹ = i, i² = −1, i³ = −i, i⁴ = 1 แล้ววนซ้ำ ดังนั้นหารเลขชี้กำลังด้วย 4 ดูเศษ เช่น i²⁰²⁶ มีเศษ 2 จึงเท่ากับ i² = −1

สังยุคของจำนวนเชิงซ้อนใช้ทำอะไร

ใช้ทำให้ตัวส่วนเป็นจำนวนจริงเวลาหาร เพราะ z · z̄ = a² + b² = |z|² และรากเชิงซ้อนของสมการพหุนามสัมประสิทธิ์จริงจะมาเป็นคู่สังยุคเสมอ

รูปเชิงขั้วกับรูปเลขชี้กำลังต่างกันไหม

เป็นสิ่งเดียวกัน r(cos θ + i sin θ) = re^(iθ) ตามสูตรของออยเลอร์ รูปเลขชี้กำลังสั้นกว่าและทำให้การคูณ หาร ยกกำลังง่ายมาก เพราะบวกลบคูณเลขชี้กำลังได้เลย

โปรแกรมรายงานมุมเป็นองศาหรือเรเดียน

ทั้งสองแบบ และถ้ามุมเป็นเศษส่วนของ π ที่ตัวส่วนไม่เกิน 12 เช่น π/4 หรือ 2π/3 จะแสดงรูปแม่นตรงให้ด้วย

แหล่งอ้างอิง